วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย


ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย
1

       ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ตั้งอยู่ที่บ้านทุ่งเกวียน ต.เวียงตาล อยู่ในความดูแลของฝ่ายอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคเหนือ
องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) แต่เดิม ออป. เป็นศูนย์ฝึกลูกช้างซึ่งเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในโลก โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2512 เป็นสถานที่เลี้ยงและฝึกลูกช้างเพื่อให้เชื่อฟังคำสั่งและมีความชำนาญในการทำไม้ขณะที่แม่ช้างไปทำงานในป่า และเนื่องจากมีนโยบายปิดป่าซึ่งทำให้ช้างต้องว่างงาน ศูนย์ฝึกลูกช้างจึงถูกปรับมาเป็นสถานที่ดูแลช้างแก่และเจ็บป่วย และที่นี่ยังเป็นสถานที่ตั้งของโรงพยาบาลช้างด้วย ออป.จึงได้ก่อตั้งศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยขึ้นเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2535 และจัดกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว ได้แก่
3 
       การแสดงของช้าง ซึ่งยังคงอนุรักษ์ศิลปะการทำไม้ซึ่งใช้ช้างเป็นพาหนะ และแรงงานที่สำคัญ ในการชักลากไม้ที่ได้จัดแสดงให้นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างประเทศได้ชม เวลาในการแสดง
       วันจันทร์ - ศุกร์ มีการแสดง 2 รอบ ในเวลา 10.00 น . และ 11.00 น .
       วันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดต่างๆ จะเพิ่มรอบการแสดงในเวลา 13.30 น .
4
       นั่งช้างรอบบริเวณซึ่งเป็นสวนป่า ธรรมชาติยังมีสิ่งดีๆ ที่คอยให้กำลังใจกับเราทุกเมื่อ บางครั้งเราอาจจะสับสนวุ่นวาย เครียดหนักกับการทำงานทั้งวัน ทั้งสัปดาห์ลองหลบความวุ้นวายเหล่านั้น ไปท่องเที่ยวกับธรรมชาติ โดยเฉาะกับการขี่ช้างชมธรรมชาติ ท่านจะรู้สึกถึงความแปลกใหม่ในชีวิต เป็นรางวัลจากความเหน็ดเหนื่อยที่จะทำให้ท่านลืมงานที่ออฟฟิคไปอีกหลายวันเชียวแหละ การนั่งช้างให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00 - 15.30 น .

4
       การแสดงของลูกช้างทุกวันวันละ 3 รอบคือ 09.30 น., 11.00 น. และ14.00 น.
       ช้างแท็กซี่ หรือบริการนั่งช้างชมธรรมชาติรอบๆ ศูนย์ฯ มีทุกวัน เวลา 08.00-15.30 น
        โฮมสเตย์ (Homestay) ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ เรียนรู้วิถีชีวิตที่ผูกพันระหว่างช้างกับคนเลี้ยงช้างอย่างใกล้ชิด บริการอาหารเครื่องดื่มและร้านขายของที่ระลึก ค่าเข้าชมสำหรับ ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการได้หลายเส้นทาง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 054-247871-6

5
       ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (Tourism Awards) ประเภทรางวัลดีเด่นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ พ.ศ.2541 ปัจจุบันศูนย์ฯมีโครงการ โรงเรียนฝึกควาญช้าง เพื่อฝึกควาญหรือผู้ที่ประสงค์จะเป็นควาญให้สามารถดูแลช้างได้อย่างถูกต้อง มีชาวต่างชาติให้ความสนใจมาสมัครเป็นนักเรียนหลายคน นอกจากเรื่องท่องเที่ยวแล้วยังมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ พลังงานที่ใช้ภายในศูนย์ฯ มาจากพลังงานทดแทนในโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ มีก๊าซชีวภาพจากมูลช้างใช้ในการหุงต้ม และกระแสไฟฟ้าผลิตจากเซลล์แสงอาทิตย์
6
       สวนป่าทุ่งเกวียน เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวลำปาง มีป่าสนเมืองหนาวและพันธุ์ไม้นานาชนิด ทั้งไม้ดอก ไม้ใบที่มีสีสันสวยงาม อีกทั้งไม้จำพวกตะบองเพชร และปาล์ม ตลอดจนพืชสมุนไพรต่างๆ นักท่องเที่ยวสามารถแค้มปิ้งที่นี่ได้ ช่วงที่สวยที่สุดเหมาะแก่การพักแรมคือเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกบัวตองกำลังบาน เนื่องจากจังหวัดลำปางมีพื้นที่เป็นแอ่งกะทะจึงมีอากาศที่ร้อนกว่าแม่ฮ่องสอน ดอกบัวตองที่ลำปางจึงบานเร็วกว่าที่ดอยแม่อูคอประมาณ 15 วัน
ประมาณเดือนตุลาคมมีการจัดกิจกรรมทุ่งเกวียนเมาเท่นไบค์ และเดือนธันวาคมของทุกปี จะมีการจัดงาน “ดอกไม้บานวันพบช้าง”


ที่มาของข้อมูล : http://www.yourhealthyguide.com/travel/tn-thailandelephant.htm 

วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สมุนไพร


แชมพูโบราณ (มะกรูด มะนาว ดอกอัญชัญ)


แชมพูโบราณสมัยก่อนๆนั้นจะไม่มีสารเคมีอะไรเลย แต่จะเป็นพืชพรรณธรรมชาติรอบๆตัวเรากันซะส่วนมาก  เป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่นนั้น จะมีสูตรและส่วนผสมที่แตกต่างกันไปตามพืชพรรณท้องถิ่นนั้นๆ
 แชมพูมะกรูดสามารถทำเองได้ง่ายครับจะทำให้ผมนิ่มสลวยหวง่าย แก้ปัญหาผมร่วง หนัังศีรษะชุ่มชืน หายจากรังแคหายเด็ดขาด  ถ้าใช้ตั้งแต่รุ่นๆก็จะทำให้ผมดกดำไม่เป็นหงอกได้ง่าย สูตรนี้ทำกันไว้ใช้เองกันมานานแล้ว บอกว่าเป็นความรู้ที่บอกต่อๆๆกันมายาวนานมากแล้ว   

วิธีทำแชมพูมะกรูดโบราณนี้ ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลยทำง่ายๆ ดังนี้
อุปกรณ์



  1. ผลมะกรูดสด 21 ลูก
  2. มะนาวแป้นสดผิวเขียวมันสะอาด 6 ลูก
  3. ดอกอัญชัญเด็ดขั่วออก 96 ดอก
  4. น้ำสะอาดประมาณ 4 ลิตร
  5. น้ำตาลอ้อยสีแดง หรือ น้ำตาลสีรำ ประมาณครึ่งกิโลกรัม
  6. เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
  7. ขวดน้ำสิงห์ ขนาด 6 ลิตร ล้างให้สะอาด
  8. ผ้าขาวบาง หรือ กระชอนตาละเอียด
วิธีทำ
  1. ล้างมะกรูดให้สะอาดแล้วผึ่งไว้ให้แห้ง
  2. ฝานมะกรูดเป็นชิ้นเล็ก  ลูกหนึ่งให้ได้ประมาณเจ็ดชิ้น
  3. มะนาวก็เช่นกัน  รวมทั้งแกนกลางก็ใช้ได้เช่นกัน 
  4. เติมลงในขวดทั้งหมด
  5. แล้วตามด้วย น้ำตาลทรายกะประมาณ ครึ่งกิโล
  6. แต่สูตรเดิมจะเป็นกะลามาพร้าว ที่เค้าทำไว้ตักข้าวสารกันในสมัยก่อนครับ แล้วปิดฝาเขย่าให้น้ำตาลเคล้ากันให้ทั่ว
  7. ทิ้งไว้หนึ่งคืน
  8. ตอนเช้าอีกวันก็มาเข่าอีกรอบ
  9. แล้วเติมน้ำสะอาด  (ไม่ใช้น้ำประปา ควรเป็นน้ำดื่มสะอาด)  จนเหลือพื้นทีประมาณต่ำกว่าตอขวดสามหรือว่าสี่นิ้ว
  10. ปิดฝาให้สนิททิ้งไว้ จนได้ 20 วัน
  11. แต่…ระหว่างนั้น ให้มาเขย่าให้ทั่วกันทุกๆ 3 วัน  และ คลายเกลียวให้แก๊สออกบ้าง แล้วปิดให้สนิทดังเดิม
  12. ครบ  20  วัน …………. ให้เติมอัญชันสดที่เด็ดขั้วแล้ว พร้อมเกลือ ตามลงไป
  13. แล้วปิดฝา เขย่าให้ ดอกอัญชันจมน้ำและเกลือละลายจนหมด
  14. ทิ้งไว้จนครบ 30 วัน
  15. ช่วงเวลานี้ควร เขย่าทุกวัน และ คลายฝาให้แก๊สออกด้วยนะครับแล้วปิดให้สนิทดังเดิมครับ
  16. ครบ 30 วัน……  ให้กรองด้วยผ้าขาวบาง หรือ กระช้อนตาละเอียด
  17. ให้กรองออกมา เพียงพอสำหรับใช้ประมาณ 1 อาทิตย์ ก็พอ
  18. ส่วนที่เหลือก็ไว้ในขวดต่อไปได้ครับ แต่…..ควรมาเขย่า และคลายฝาให้แก๊สออกบ้าง
  19. น้ำแชมพูที่ได้  ให้เทใส่ขวดแก้วที่สะอาดและมีฝาปิดสนิทจะดีมาก 

การนำมาใช้
  1. ใช้แทนแชมพูสระผมได้เลยครีบ แต่….จะไม่มีฟองเวลาใช้
  2. หากว่าใครที่ต้องใช้สเปรย์จัดแต่งผม น้ำมัน หรือ ว่ามูสเจล ก็แนะนำว่าควรแบ่งแชมพูโบราณออกมาส่วนหนึ่ง แล้วเติมแชมพูเด็กลงไปในอัตรา แชมพูโบราณสามส่วน ต่อ แชมพูเด็กหนึ่งส่วน  จะได้ทำความสะอาดสารเคมีพวกนี้ออกไม่ตกค้างบนผม
  3. โดยส่วนตัวก็จะไม่ได้ผสม แต่ว่าจะสระแล้วหมักไว้พักหนึ่งก่อนแล้วอาบน้ำฟอกตัวไปให้เสร็จ   แล้วจึงมาล้างแชมพูออกครับจะดีมากกว่า
  4. ประมาณหนึ่งอาทิตย์จะรู้สึกว่าผมนิ่ม ไม่คันหนังศีรษะ รังแคหายเด็ดขาดผมไม่ร่วงด้วย  พร้อมผมที่ขึ้นใหม่จะมีสุขภาพดี หากว่าใช้มานานสม่ำเสมอแต่หนุ่มสาว ผมหงอกจะไม่ค่อยมี และไม่มีสารเคมีเจือปนเลย
การเก็บรักษา
เก็บไว้ในห้องปกติ ไม่ต้องยุ่งยากแช่เย็นเลย  ยิ่งเก็บนานสองสามเดือนยิ่งดี เพราะว่าสารสำคัญจะออกมาเยอะขึ้น
ที่มา - http://ac127.wordpress.com                                                                                                                              -  http://www.google.co.th                                                                                                                                        

วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2557

มารู้จักโปรมแกรม Google SkethUp กันเถอะ


1. ความหมาย

 Google Sketch up 

เป็นโปรแกรม 3 D อีกประเภทหนึ่งที่กำลังจะเป็นอนาคตของการออกแบบในยุคหน้าอย่างแน่นอน ด้วยการใช้งานที่ไม่ยากมาก ถ้าเทียบกับโปรแกรมอื่นๆที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่ Google Sketchup มีเครือข่ายที่ใหญ่มากการทำงานจึงมีผู้ร่วมแชร์ โมเดลต่างๆมีให้ทุกคนได้เลือกใช้ได้มหาศาล Google Sketchup เป็นหนึ่งทางเลือกในโปรแกรมออกแบบที่ง่ายแต่ทรงพลังมาก ซึ่งเหมาะกับนักออกแบบทุกสาขาบนโลกนี้ และออนไลด์ทั่วโลก


      User in interface ของ Google Sketchup ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานได้อย่างเรียบง่าย และมีหน้าตาเหมือนกับแอปพลิเคชั่นทั่วไป ที่ประกอบไปด้วย ไตเติ้ลบาร์ เมนู ทลู บาร์ พื้นที่วาดภาพ และกล่องควบคุมต่างๆ ตัวโปรแกรมยังสามารถส่งไฟล์ ออกเป็น dwg เพื่อไปเขียนแบบต่อได้ โดยใช้ AutoCAD หรือ CAD เลียนแบบได้
แหล่งที่มา
: https://sites.google.com








2.องค์ประกอบ ของ

Google Sketch up

            ในการเปิดโปรแกรม Google SketchUp ครั้งแรก (หลังจากการติดตั้งโปรแกรม และเลือกแม่แบบในหน้าต่าง Welcome แล้ว) เราจะพบกับหน้าตาของโปรแกรมโดยมี ส่วนประกอบหลักดังนี้ 

  • Title Bar (แถบไตเติล) แถบสาหรับแสดงชื่อไฟล์ที่กาลังทางานอยู่ในขณะนั้น โดยในการเปิดโปรแกรม หรือสร้างงานขึ้นมาใหม่ ชื่อไฟล์บนแถบไตเติ้ลจะแสดงเป็น Untitled จนกว่าจะมีการ บันทึกและตั้งชื่อไฟล์ Menu Bar (แถบเมนู) แถบที่รวบรวมคาสั่งต่างๆในการทางาน โดยจะแบ่งออกเป็น 8 หมวดด้วยกันดังนี้ File: เป็นกลุ่มคาสั่งสาหรับจัดการกับไฟล์งานเช่น การสร้างไฟล์งาน เปิดไฟล์งาน การบันทึก การนาเข้า/ส่งออก การสั่งพิมพ์ เป็นต้น Edit: เป็นกลุ่มคาสั่งสาหรับปรับแต่งแก้ไขเช่น การคัดลอก ลบ ซ่อน/แสดงวัตถุ สร้าง Group/Component เป็นต้น View: เป็นกลุ่มคาสั่งสาหรับจัดการในส่วนของพื้นที่ทางานเช่น ซ่อน/แสดงแถบเครื่องมือ เส้นไกด์ แกนอ้างอิง เงา หมอก การแสดงผลของเส้น การแสดงผลในส่วนของการแก้ไข Group/Component เป็นต้น
  • Camera: เป็นกลุ่มคาสั่งสาหรับจัดการในส่วนของมุมมองในการทางานเช่น การหมุน เลื่อน ย่อ/ขยาย เป็นต้น Draw: เป็นกลุ่มคาสั่งสาหรับเรียกใช้เครื่องมือต่างๆในการวาดรูปทรงเช่น กาววาดเส้นตรง เส้นโค้ง สี่เหลี่ยม วงกลม เป็นต้น Tools: เป็นกลุ่มคาสั่งสาหรับเรียกใช้เครื่องมือต่างๆในการทางานเช่น Push/Pull การหมุน/ย้ายวัตถุ การสร้างตัวอักษรสามมิติ การวัดขนาด เป็น ต้น Window: เป็นกลุ่มคาสั่งเกี่ยวกับการเรียกแสดงหน้าต่างหรือไดอะล็อก บอกซ์ขึ้นมาเพื่อใช้ร่วมในการทางานและปรับแต่งค่าต่างๆของโปรแกรม Help: เป็นกลุ่มคาสั่งเกี่ยวกับคู่มือการแนะนาการใช้งานโปรแกรม ไปจนถึง การลงทะเบียนและการตรวจสอบการอัพเดต
  • แถบสาหรับรวบรวมเครื่องมือต่างๆในการทางาน โดยในขั้นต้น โปรแกรมจะกาหนดแถบเครื่องมือมาให้กลุ่มเดียว (จาก 20 กลุ่ม) คือ Getting Start ซึ่งในการทางานจริงเครื่องมือเพียงเท่านี้ไม่เพียงพอต่อการทางาน เรา สามารถที่จะเรียกแสดงแถบเครื่องมือกลุ่มต่างๆได้จากเมนู View > Toolbars แล้วเลือกแถบเครื่องมือที่ต้องการ โดยแถบเครื่องมือที่แสดงอยู่จะมีเครื่องหมาย ถูกอยู่ที่หน้าคาสั่ง Toolbars (แถบเครื่องมือ)
  • Drawing Area (พื้นที่ทางาน) เป็นพื้นที่สาหรับทางานซึ่งสามารถที่จะปรับเปลี่ยนมุมมองไปเป็น มุมมองต่างๆ ทั้งในการทางานในมุมมองแบบ 2D และ 3D โดยมุมมองแบบ 2D นั้นจะแบ่งออกเป็นด้านบน ด้านหน้า ด้านขวา ด้านหลัง ด้านซ้าย และ ด้านล่าง และมุมมองแบบ 3D จะถูกเรียกว่า Iso คือเส้นแกนสาหรับอ้างอิงการทางานเพื่อให้การวาดรูปทรงและการ สร้างแบบจาลองในทิศทางต่างๆเป็นไปอย่างถูกต้องและแม่นยาโดยแกน อ้างอิงจะแบ่งออกเป็น 3 แกนด้วยกันคือ x จะอยู่ในลักษณะของแนวขวาง (แกนสีแดง), y จะอยู่ในลักษณะของแนวลึก (แกนสีเขียว) และ z จะอยู่ใน ลักษณะของแนวตั้ง (แกนสีน้าเงิน) Drawing Axes (แกนอ้างอิง)
  • จุดตัดกันระหว่างเส้นแกนทั้ง 3 เส้นจะถูกเรียกว่า Original Point หรือจะเรียกว่าจุดศูนย์กลางของพื้นที่ทางานก็ได้เช่นกัน โดยตาแหน่งของ Original Point จะมีค่า x, y, z เท่ากับ 0 โดยถ้าค่าตัวเลขเป็นบวกจะอยู่ ในทิศทางของเส้นทึบ และถ้าค่าเป็นลบจะอยู่ในทิศทางของเส้นจุดไข่ปลา
  • คือแถบแสดงสถานะต่างๆในการทางาน โดยจะแสดงในส่วน การแนะนาการใช้งานเครื่องมือต่างๆที่จะเปลี่ยนไปตามการทางานและ การใช้เครื่องมือแต่ละชนิด ใน Google SketchUp ตั้งแต่เวอร์ชัน 7 เป็นต้นมาได้มีการเพิ่มไอคอนในส่วนของการทางานร่วม กับระบบ ออนไลน์เข้ามาไว้เพื่อให้สะดวกกับการแชร์ผลงานไปยัง Google 3D Warehouse และกาหนดตาแหน่งจริงบนแผ่นดินให้กับแบบจาลองด้วย Status Bar (แถบสถานะ) Dialog Boxes จะมีชื่อเรียกอยู่หลายชื่อด้วยกันเช่น Window หรือ Panel ขอเรียกรวมๆว่าหน้าต่างเพื่อความกระชับ โดยจะมีลักษณะเป็น หน้าต่างเครื่องมือสาหรับปรับแต่งแก้ไขรายละเอียดในการทางาน และ กาหนดค่าต่างๆของโปรแกรม Dialog Boxes (กล่องเครื่องมือ)
  • การเรียกแสดงหน้าต่างแต่ละชนิดสามารถเรียกได้จากเมนู Window แล้วเลือกเปิดหน้าต่างที่ต้องการ โดยหน้าต่างที่เปิดอยู่ จะมี เครื่องหมายถูกกากับไว้อยู่ที่หน้าคาสั่ง (เฉพาะหน้าต่างที่เกี่ยวกับการ ปรับแต่งโมเดล) และถ้ามีเครื่องหมายขีดอยู่ด้านหน้าจะหมายถึงหน้าต่างนั้น เปิดอยู่แต่ถูกย่อเอาไว้เหลือเพียงแถบไตเติล
  • Measurment มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า VCB (Value Control Box) เป็นเครื่องมือสาหรับกาหนดค่าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความยาว ขนาด องศา ระยะ ให้กับการใช้งานเครื่องมือต่างๆซึ่งจะช่วยให้การสร้าง แบบจาลองมีความแม่นยา และได้สัดส่วนที่ถูกต้อง โดยรูปแบบการ กาหนดค่าด้วย Measurment นั้นจะใช้วิธีการพิมพ์ตัวเลขลงไปในขณะที่ใช้ เครื่องมือแต่ละชนิดอยู่โดยที่ไม่ต้องเอาเม้าส์ไปคลิกที่ช่องกาหนดค่า Measurment Tool (เครื่องมือกาหนดขนาด)
  • ในการสร้างแบบจาลองสามมิติเราจาเป็นที่จะต้องปรับ มุมมองไปในทิศทางต่างๆเพื่อให้สามารถสร้างวัตถุในทิศทาง ต่างๆได้ โดยเราสามารถที่จะควบคุมและปรับเปลี่ยนมุมมองได้ ด้วยการใช้เครื่องมือต่างๆที่โปรแกรมมีมาให้ โดยเครื่องมือหลักๆ สาหรับการควบคุมมุมมองจะมีด้วยกันดังนี้ เครื่องมือสาหรับจัดการมุมมอง                                                                                        ที่มา : http://www.slideshare.net






3. หน้าที่ของ

Google SketchUp

สำหรับ Toolbars มาตรฐานที่ใช้ใน Google SketchUp มีดังนี้
1. Standard Toolbar เป็นทูลบาร์พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องการจัดการแฟ้มข้อมูล การพิมพ์งาน และการตั้งค่ามาตรฐานของโปรแกรม

2. Principle Toolbar เป็นทูลบาร์พื้นฐานสำหรับการเลือก ลบ และกำหนดสีหรือชนิดของวัสดุให้กับชิ้นงาน

3. Drawing Toolbar เป็นทูลบาร์เกี่ยวกับเครื่องมือในการขึ้นรูปทรง เส้นสายต่าง ๆ รวมถึงเครื่องมือที่ช่วยในการขึ้นรูป เช่น การวาดรูปสี่เหลี่ยม วาดเส้นตรง วาดรูปวงกลม วาดเส้นโค้ง วาดรูปหลายเหลี่ยมด้านเท่า และวาดเส้นอิสระตามการเคลื่อนที่ของ mouse

4. Modification Toolbar เป็นทูลบาร์เกี่ยวกับการแก้ไข ดัดแปลงชิ้นงาน เช่น การเคลื่อนย้าย การยืดหดระนาบเดิม การหมุนวัตถุ สร้างการยืดระนาบตามเส้นขอบ การย่อขยายวัตถุ และการสร้างระนาบคู่ขนาน ตามลำดับ

5. Construction Toolbar เป็นทูลบาร์เกี่ยวกับการเขียนเส้นบอกระยะ และตัวอักษรประกอบ เช่น การวัดความยาวของโมเดล การระบุความยาวให้กับโมเดล การวัดมุมของโมเดล การสร้างตัวอักษรและคำบรรยาย การย้ายตำแหน่งและหมุนแกนหลัก และการสร้างตัวอักษร 3 มิติ

6. Camera Toolbar เป็นทูลบาร์เกี่ยวกับการกำหนดมุมมอง การเคลื่อนที่ไปยังจุดต่าง ๆ ในโมเดล เช่น การหมุนโมเดล การเลื่อนมุมมองการทำงาน ซูมเข้า-ออกมุมมองการทำงาน

7. Walkthrough Toolbar เป็นทูลบาร์เกี่ยวกับการกำหนดตำแหน่งการมอง การเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในโมเดล เช่น การปรับมุมมองบนจอภาพให้เห็นพื้นที่ที่ผู้ใช้ต้องการกำหนดจุดมอง และเป้าหมาย การมองไปรอบ ๆ จุดมอง การเคลื่อนที่ไปยังที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ และการสร้างแนวตัด

8. Display Modes Toolbar เป็นทูลบาร์เกี่ยวกับการควบคุมการแสดงผลของชิ้นงานบนระนาบ เช่น การแดงผลแบบโปร่งแสง ไม่มีการแสดงระนาบใด ๆ(แสดงเฉพาะเส้นขอบของชิ้นงานเท่านั้น) การแสดงระนาบทึบทั้งหมด การแสดงราบด้วยสีต่าง ๆ แสดงวัสดุลงไปในพื้นผิว(หากมีการกำหนดวัสดุลงไปในระนาบ) และการแสดงสีบนระนาบเพียง 2 สีสำหรับด้านหน้า และด้านหลัง

9. Views Toolbar เป็นทูลบาร์เกี่ยวกับการควบคุมมุมมองมาตรฐานของชิ้นงาน เช่น ด้านบน ด้านข้าง ด้านหน้า เป็นต้น

10. Shadow Toolbar เป็นทูลบาร์สำหรับการควบคุมการแสดงเงา ทั้งในเรื่องของตำแหน่งภูมิศาสตร์ของโมเดล และเวลา เช่น การปรับรายละเอียดและความสว่างของแสงและเงา การสร้าง/ไม่สร้างเงา(สลับกัน) การกำหนดเดือนและเวลา สามารถใช้แถบเลื่อนเพื่อกำหนดเดือน และเวลาที่ต้องการสร้างเงาได้

11.Selection Plane Toolbar เป็นทูลบาร์สำหรับการจัดการการแสดงผลข้อมูลรูปตัดของโมเดล เป็นการวางภาพตัดขวางในลักษณะต่างๆ เพื่อดูและทำงานกับด้านในของโมเดล เช่น การสร้างแนวตัด การยกเลิกการแสดงสัญลักษณ์ และการยกเลิกการตัดชิ้นงาน

วันอังคารที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ความหมายของ การออกแบบผลิตภัณฑ์




 ความหมายของ การออกแบบผลิตภัณฑ์




การออกแบบผลิตภัณฑ์ หมายถึง..  กระบวนการสร้างสรรค์ประเภทหนึ่งของมนุษย์มีความสวยงามโดดเด่น โดยใช้องค์ประกอบของทฤษฏีต่างๆ และใช้วัสดุนานาชนิดเป็นวัตถุดิบในการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อสนองความต้องการในการดำรงชีวิตประจำวันให้มีความสะดวกสบายขึ้น หรือเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นทางกายภาพ หรือเพื่อพัฒนาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ของมนุษย์ให้มีคุณภาพสูงขึ้นกว่าเดิม 
 ที่มา: http://vongthong.blogspot.com




การออกแบบผลิตภัณฑ์ หมายถึง..  การออกแบบมีหลักการพื้นฐาน โดยอาศัยส่วนประกอบขององค์ประกอบศิลป์ตามที่ได้กล่าวมาแล้วในบทเรียนเรื่อง “ องค์ประกอบศิลป์ ” คือ จุด เส้น รูปร่าง รูปทรง น้ำหนัก สี และพื้นผิว นำมาจัดวางเพื่อให้เกิดความสวยงามโดยมีหลักการ 




การออกแบบผลิตภัณฑ์ หมายถึง..เป็นการออกแบบเพื่อการผลิต ผลิตภัณฑ์ 
ชนิดต่าง ๆงานออกแบบสาขานี้ มีขอบเขตกว้างขวางมากที่สุด และแบ่งออกได้มากมาย 
หลาย ๆ ลักษณะ นักออกแบบรับผิดชอบเกี่ยวกับประโยชน์ใช้สอยและความสวยงามของ 
ผลิตภัณฑ์  งานออกแบบประเภทนี้ได้แก่ 
- งานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ 
- งานออกแบบครุภัณฑ์ 
- งานออกแบบเครื่องสุขภัณฑ์ 
- งานออกแบบเครื่องใช้สอยต่างๆ 
- งานออกแบบเครื่องประดับ  อัญมณี 
- งานออกแบบเครื่องแต่งกาย
- งานออกแบบภาชนะบรรจุผลิตภัณฑ์ 
- งานออกแบบผลิตเครื่องมือต่าง ๆ   ฯลฯ


ที่มา : http://www.l3nr.org


สรุป ตามความคิดของ ข้าพเจ้า การออกแบบผลิตภัณฑ์ หมายถึง.. กระบวนการสร้างสรรค์ประเภทหนึ่งของมนุษย์ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว






วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2557



                                                  กรุงโซล ประเทศเกาหลี

โซล (เกาหลี서울MC: Seoul, MR: Sŏul;   ชื่ออย่างเป็นทางการ นครพิเศษโซลเป็นเมืองหลวงและมหานครที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเกาหลีใต้ มีประชากรประมาณ 10 ล้านคน เป็นปริมณฑลที่ใหญ่ มีประชากรประมาณ 25 ล้านคนซึ่งเป็นบริเวณที่อยู่อาศัยซึ่งประกอบด้วยบริเวณมหานครอินช็อนและจังหวัดคย็องกี เกือบหนึ่งในสี่ของประชากรชาวเกาหลีใต้อาศัยอยู่ในโซลและชาวต่างชาติอีกประมาณ 275, 000 คน
นครโซลได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระดับหลายเหตุการณ์ โดยการใช้ความพยายามอย่างมากที่จะเพิ่มอิทธิพลในฐานะประเทศที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติมากเป็นอันดับที่ 5 ในปี 2553 โซลได้รับการโหวตให้เป็นเป้าหมายยอดนิยมในการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวชาวจีน, ญี่ปุ่นและไทย 3 ปีต่อเนื่องกันในปี 2554
สถานีรถไฟโซลเป็นสถานีปลายทางหลักของรถไฟความเร็วสูงเคทีเอ๊กซ์และสถานีรถไฟใต้ดินโซลยังเป็นสถานีที่มีผู้ใช้งานมากเป็นอับดับที่สองของโลกโดยมีลักษณะเป็นสายวงรอบที่ยาวที่สุดและและมีเส้นทางรถไฟไต้ดินจนสุดสายที่ยาวเป็นอับดับที่สองของโลก โซลนั้นได้รวมระบบขนส่งมวลชนเข้ากับเมืองอินช็อนและจังหวัดคย็องกี โดยสามารถให้ผู้โดยสารสามารถใช้บริการรถโดยสารประจำทางหรือรถไฟไต้ดินได้อย่างอิสระโดยใช้บัตรที-มันนี่และเชื่อมต่อโดยทางเอเร็กซ์เพื่อไปยังท่าอากาศยานนานาชาติอินช็อน ซึ่งถูกจัดเป็นสนามบินยอดเยี่ยมตั้งแต่ปี 2548 โดยสภาการท่าอากาศยานนานาชาติ

ชื่อเมือง

ในอดีตโซลเป็นที่รู้จักในชื่อ วีรเย-ซ็อง (위례성; 慰禮城, สมัยอาณาจักรแพ็กเจ); ฮันจู (한주; 漢州, สมัยอาณาจักรชิลลา); นัมกย็อง (남경; 南京, สมัยราชวงศ์โครยอ); ฮันซ็อง (한성; 漢城, สมัยอาณาจักรแพ็กเจและโชซ็อน); ฮันยัง (한양; 漢陽, สมัยโชซ็อน) และคย็องซ็อง (경성; 京城, ระหว่างตกเป็นอาณานิคม) ชื่อโซลในปัจจุบันมีที่มาจากคำในภาษาเกาหลีที่มีความหมายว่า "เมืองหลวง" ซึ่งเชื่อว่ามาจากคำว่า ซอราบอล (서라벌; 徐羅伐) ซึ่งดั้งเดิมใช้อ้างถึง คย็องจู เมืองหลวงของอาณาจักรชิลลา

ไม่หมือนพื้นที่ส่วนใหญ่ในเกาหลี "โซล" ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอักษรฮันจา (อักษรจีนที่ใช้ในภาษาเกาหลี) วันที่ 18 มกราคม 2548 รัฐบาลนครพิเศษโซลได้เปลี่ยนชื่อภาษาจีนอย่างเป็นทางการเป็น Shou'er (จีนตัวย่อ首尔จีนตัวเต็ม首爾พินอินshǒu'ěr) จากชื่อในทางประวัติศาสตร์ ฮันซอง (จีนตัวย่อ汉城จีนตัวเต็ม漢城พินอินhànchéng)

ประวัติศาสตร์

ดงควอนโด, ภาพวาดทิวทัศน์ของพระราชวังชางด๊อกกุง
โซลเริ่มมีผู้ตั้งรกรากอยู่ตั้งแต่สมัยอาณาจักรแพ็กเจ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 527 ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณเขตแดนของโซลในปัจจุบัน โดยยังมีหลักฐานคงอยู่เช่น พุงนับโทซ็อง หรือ มงช็อนโทซ็อง และต่อมากลายมาเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์โชซ็อนในปี พ.ศ. 1937 และมีความพยายามที่จะทำให้เป็นเมืองที่ทันสมัยในปลายศตวรรษที่ 19 และโซลเป็นเมืองแรกในเอเชียตะวันออกที่มีไฟฟ้า รถราง น้ำประปา โทรศัพท์ และระบบโทรเลขในเวลาเดียวกันระหว่างที่เป็นอาณานิคมของญี่ปุ่นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โซลมีชื่อว่า คย็องซ็อง (경성, ความหมาย "เมืองหลวง";ญี่ปุ่นญี่ปุ่น:  京城 Keijō ?) ภายหลังจากที่ได้รับเอกราชในปี พ.ศ. 2488 เกาหลีได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็น "โซล" (ซึ่งมีความหมายว่า "เมืองหลวง" ในภาษาเกาหลี) ในปี พ.ศ. 2492 โซลได้แยกออกจากจังหวัดคย็องกี และมีฐานะเป็น "นครพิเศษโซล" ต่อมาในปี พ.ศ. 2493 ระหว่างสงครามเกาหลี โซลถูกยึดครองโดยทหารเกาหลีเหนือ และเมืองก็ได้ถูกทำลายเสียหายเกือบทั้งหมด และเมืองก็สามารถยึดกลับคืนมาได้โดยกำลังของสหประชาชาติในวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2494 ตั้งแต่ตอนนั้น ขอบเขตของเมืองก็ขยายไปยังพื้นที่เขตการปกครองรอบข้างของกิมโป, โกยัง, ควันจู, ซิฮึง, และเมืองชนบทยังจู และขอบเขตเมืองในปัจจุบันได้กำหนดขึ้นในปี พ.ศ. 2538

ภูมิศาสตร์ 


โซลอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเกาหลีใต้ ครอบคลุมพื้นที่ 605.25 กม. มีรัศมีประมาณ 15 กิโลเมตร โดยแบ่งออกเป็นสองส่วนอย่างคราว ๆ เป็นฝั่งเหนือและฝั่งใต้ โดยใช้แม่น้ำฮันเป็นตัวแบ่ง แม่น้ำฮันและบริเวณรอบ ๆ มีส่วนสำคัญต่อประวัติศาสตร์เกาหลี ในยุคราชอาณาจักรทั้งสามของเกาหลีก็มีการต่อสู้กันและมีความพยายามอย่างหนักที่จะควบคุมพื้นที่นี้ ที่ซึ่งแม่น้ำสามารถใช้เป็นเส้นทางในการค้าขายกับจีน (ผ่านทะเลเหลือง) แม่น้ำฮันไม่สามารถที่จะใช้เดินเรือได้อีกต่อไป เพราะว่าชะวากทะเลตั้งอยู่บนพรมแดนระหว่างสองเกาหลี พร้อมด้วยการระงับพลเรือนไม่ให้เข้าไปในเขตนั้น โซลถูกกั้นขอบเขตด้วยภูเขา 8 ลูก ตลอดจนบริเวณพื้นที่สูงกว่าบริเวณที่ราบแม่น้ำฮันและพื้นที่ตะวันตก

สภาพอากาศ

โซลมีภูมิอากาศแบบอบอุ่นชื้นภาคพื้นทวีป (การแบ่งเขตอากาศของคอปเปน Dwa) ฤดูร้อนโดยปกติจะมีอากาศร้อนและชื้น ฤดูมรสุมเอเชียตะวันออกจะอยู่ในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม โดยในเดือนสิงหาคมจะมีอากาศร้อนมากที่สุด ซึ่งมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 22.4 ถึง 29.6 °C (72 ถึง 85 °F) หรืออาจจะสูงมากขึ้นกว่านี้อีก ฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวโดยเฉลี่ยอุณหภูมิในเดือนมกราคมจะอยู่ที่ -5.9 ถึง 1.5 °C (21.4 ถึง 34.7 °F) และอากาศจะแห้งกว่าในฤดูร้อน โซลมีหิมะตกเฉลี่ยปีละ 28 วัน




แหล่งที่มา : http://th.wikipedia.org